Ready for AEC? กับ คณบดี วิทยาลัยนานาชาติ (DPUIC)

Ready for AEC? พร้อม..หรือยัง? คว้าโอกาสจาก AEC กับ คณบดี วิทยาลัยนานาชาติ (DPUIC)

Ready for AEC? พร้อม..หรือยัง? คว้าโอกาสจาก AEC

ผศ.ดร. แฮรัลด์ เคราส์ (Harald Kraus) คณบดีวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPUIC)
ผศ.ดร. แฮรัลด์ เคราส์ (Harald Kraus) คณบดี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPUIC)

จะมองใกล้หรือมองไกล เราก็ไม่อาจปฏิเสธกระแสโลกที่หลอมรวมคนไทยและนานาประเทศด้วยกัน ทั้งการมาถึงของ “ประชาคมอาเซียน” (ASEAN Community) รวมทั้งสิ่งที่ไม่อาจมองข้าม นั่นคือ พลังของเทคโนโลยีการสื่อสารที่ทำให้ถึงแม้พรมแดนประเทศต่างๆ ยังมีอยู่แต่ “พรมแดนทางความคิด” ได้ขยายกว้างสู่ระดับโลก    คนไทยยุคใหม่จึงเป็นทั้ง “พลเมืองไทย” และ “พลเมืองโลก” และมี “โอกาส” มากมายรออยู่ แต่หนึ่งคำถามใหญ่ที่เราต้องมองกลับมาที่ตัวเองคือ เราเตรียมตัวให้พร้อมคว้าโอกาสเหล่านี้แล้ว.. หรือยัง?

                ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร. แฮรัลด์ เคราส์ (Harald Kraus) คณบดี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPU International College / DPUIC) และ อาจารย์วีรพล สวรรค์พิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด มหาวิทบาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ พูดคุยกับเราถึงการศึกษาที่จะช่วยขยายพรมแดนความคิดและเตรียมนักศึกษาให้พร้อมความโอกาสในโลกใหญ่ใบนี้

ผศ.ดร.แฮรัลด์ ให้ความเห็นว่า วันนี้การทำงานและการทำธุรกิจก้าวสู่บรรยากาศที่ต้องเกี่ยวข้องกับผู้คนจากหลากหลายชาติ ดังนั้นสิ่งที่นักศึกษาควรได้รับจะไม่ใช่แค่ความรู้ทางวิชาการและวุฒิการศึกษา แต่ยังมีอีกสิ่งที่สำคัญมากๆคือ การพัฒนาให้นักศึกษามีคุณสมบัติด้าน “Soft Skills”

“Soft Skills หมายรวมถึงทักศนคติและการมีความเข้าใจที่จะติดต่อกับคนหลายเชื้อชาติได้อย่างกลมกลืนและประสบความสำเร็จ แน่นอนครับ พื้นฐานที่ต้องมีคือทักษะด้านภาษา หลักๆคือ ภาษาอังกฤษ แต่แต่พูดภาษาอังกฤษได้ ไม่พอ เราต้องเข้าใจอีกหลายๆอย่าง เช่น ความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรม วิธีสื่อสารบางอย่างใช้ได้ในสังคมหนึ่งแต่ไม่เหมาะเลยกับสังคมอื่น หรือการมีความคิดที่แบ่งแยก “เรากับเขา” (Us and Them) คิดว่าเราดีกว่าเหนือกว่าคนในอีกประเทศหนึ่ง ความคิดทำนองนี้ไม่เป็นประโยชน์โดยเฉพาะในเวลาที่อาเซียนทั้ง 10 ประเทศรวมตัวกัน เพราะถ้าเราได้ไปเห็นประเทศเหล่านี้ ความคิดจะเปลี่ยนไป นี่เป็นตัวอย่างของ Soft Skills ที่ยังมีอีกมาก และไม่อาจฝึกได้จากตำรา แต่ต้องมาจากประสบการณ์ตรง”

ภายใต้แนวคิดนี้ น่าสนใจว่าแนวทางการบ่มเพาะนักศึกษาของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ เป็นอย่างไร?

ผศ.ดร.แฮรัลด์ กล่าวถึงวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ในการเตรียมนักศึกษาให้พร้อมสู่การทำงานและทำธุรกิจในอาเซียนและนานาชาติ ผ่านหลักสูตรการเรียนการสอนทั้งภาคภาษาไทยและหลักสูตรวิทยาลัยนานาชาติ (DPU International College) ที่ทำให้การเรียนการสอนเป็นภาษาอังกฤษทั้งในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และปริญญาเอก

ซึ่งในส่วนของ วิทยาลัยนานาชาติ (DPUIC) ที่นี่เน้นสร้างบรรยากาศการเรียนการสอนที่มีความเป็นนานาชาติจริงๆ

“สิ่งที่เราให้กับนักศึกษาไม่ใช่แค่ความรู้และปริญญา แต่ยังเป็นประสบการณ์ระดับนานาชาติที่นักเรียนจะได้เรียนรู้ เช่น ระดับปริญญาตรี เรามีนักศึกษาต่างชาติจาก 16 ประเทศ ทั้งจาก อาเซียน ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา ยุโรป และมีอาจารย์จากต่างประเทศมาสอน รวมทั้งอาจารย์พิเศษที่เป็นมืออาชีพในแวดวงธุรกิจต่างๆมาถ่ายทอดประสบการณ์ตรง แต่แค่นี้เราคิดว่ายังไม่เพียงพอ เราจึงมีกิจกรรมมากมายให้นักศึกษาได้มีประสบการณ์จริงในการทำงานระดับนานาชาติ”

“คำขวัญของเราคือ Be an international ซึ่งการจะ Be an international แน่นอนต้องมีทักษะด้านภาษาอังกฤษ แต่นี้ยังไม่เพียงพอ นักศึกษาต้องมี International Experience ด้วย เพื่อพัฒนาทั้งทักษะทางธุรกิจ ทักษะที่เป็น Soft Skills และทักษะการสื่อสาร นักศึกษาจะได้รับประสบการณ์ต่างๆมากมายในเวลา 4 ปีที่เรียนใน DPUIC ดังนั้นอย่ากลัวที่จะเริ่มต้นเพราะเราจะช่วยสนับสนุนทุกอย่าง ถ้าคุณมีแรงจูงในมากพอ คุณก็ประสบความสำเร็จได้”

dean
ผศ.ดร. แฮรัลด์ เคราส์ (Harald Kraus) คณบดี วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ (DPUIC)

4 ปีของการเรียนจึงเป็นช่วงเวลาที่ “ไม่ว่างเปล่า”

กล่าวสำหรับ หลักสูตรปริญญาตรีของ DPUIC ปัจจุบันเปิดสอน 3 สาขา คือ สาขาบริหารธุรกิจระหว่างประเทศ (International Business Administration), สาขาภาษาอังกฤษเพื่อธุรกิจ (English for Business Communication) และสาขาบริหารการจัดการการท่องเที่ยว (Tourism Management)

“พร้อมกับการเรียน เรามีกิจกรรมเยอะมากเพื่อให้นักศึกษามีประสบการณ์จริง เช่น โครงการ Back Pack to ASEAN นักศึกษาจะได้เดินทางไปในกลุ่มอาเซียน ทำให้เขาเห็นว่าทุกประเทศล้วนสำคัญ และเศรษฐกิจเติบโตเร็วมาก ไม่มีใครด้อยกว่ากัน.. ในกัมพูชา เขาได้เห็นนักท่องเที่ยวต่างชาติมากมาย.. เมียนมาร์มีโรงแรมหรูหราเกิดขึ้น.. หรือในเวียดนาม ผู้คนมีความมุ่งมั่นสูงมาก เขาเหล่านี้กำลังมองไกลไปถึงอีก 10 ปีข้างหน้า รวมถึงเรายังมีความร่วมมือกับบริษัทระดับโลกที่นักศึกษาจะไปฝึกงานที่ประเทศใดก็ได้ เช่น ไปฝึกงานที่โรงแรมในโฮจิมินท์ ประเทศเวียดนาม ขณะที่บางคนเลือกไปฝึกงานที่สิงค์โปร์ 6 เดือน”

สอนภาษาอังกฤษให้พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดน้ำตลิ่งชัน
สอนภาษาอังกฤษให้พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดน้ำตลิ่งชัน

รวมถึงสนับสนุนความใส่ใจต่อสังคม ทั้งการเป็นจิตอาสา เช่น พานักศึกษาไปสอนภาษาอังกฤษให้พ่อค้าแม่ค้าที่ตลาดน้ำตลิ่งชันเพื่อช่วยให้สื่อสารกับนักท่องเที่ยวต่างชาติได้คล่องขึ้น รวมถึงการพัฒนาหลักสูตรที่สนับสนุนเทรนด์ที่ดีของโลก

“ในการเรียน เราเพิ่มเติมเทรนด์ใหม่ๆอย่างการทำธุรกิจในแนวทาง “Social Enterprise” ซึ่งเป็นการทำธุรกิจที่ไม่ได้คิดถึงแต่ผลกำไร (Profit) แต่จะนึกถึงการทำสิ่งที่ดี (Do Good) และมีคุณค่า (Benefit) ต่อสังคมด้วย นักศึกษาของเราเป็นคนรุ่นใหม่ที่เขามีอุดมคติในการทำสิ่งที่ได้ช่วยสังคม และเขาก็ทำได้ดี เช่นเรามีโครงการความร่วมมือกับองค์กรระดับโลกที่ทำงานด้าน Social Enterprise คือ อโชก้า” (ASHOKA) ที่มาให้ความรู้กับนักศึกษาเราหลายๆโครงการ ถึงกับบบอกว่าถ้าต้องการทำให้เป็นธุรกิจอย่างจริงจัง เขายินดีช่วย ซึ่งเราภูมิใจมาก”

และที่น่าสนใจคือ การมีโครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา (Exchange Program) กับมหาวิทยาลัย 90 แห่งทั่วโลก ทั้งในเอเชียแลกยุโรป

โครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา (Exchange Program)
โครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษา (Exchange Program)

“ภายใต้โครงการนี้นักศึกษาสามารถโอน (Transfer) หน่วยกิตได้ ดังนั้นนักศึกษา DPUIC จึงใช้ประโยชน์จากความร่วมมือนี้ทั้งในการเรียน
ระบบ 2 ปริญญา (Double Degree)
และ ระบบ “3 Plus 1” ที่เรียนในเมืองไทย 3 ปีแล้วไปเรียนต่างประเทศอีก 1 ปี ซึ่งนักศึกษามักเลือกไปเรียนที่ฝรั่งเศส สวีเดน.. 1 ปีของการเรียนในต่างประเทศจึงเป็นโอกาสดีที่จะได้เรียนรู้บรรยากาศการเรียนการสอนและสังคมในต่างประเทศ ทำให้ความคิดของนักศึกษาเติบโตขึ้นมาก”

อาจารย์วีรพล สวรรค์พิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์
อาจารย์วีรพล สวรรค์พิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

โครงการแลกเปลี่ยนฯ นี้ อาจารย์วีรพล สวรรค์พิทักษ์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารการตลาด มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ให้ข้อมูลว่า นักศึกษาเลือกไปเรียนต่างประเทศได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าเทอมกับมหาวิทยาลัยในต่างประเทศ เพียงแต่ต้องดูแลค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น ค่าที่พัก ค่าอาหาร ค่าเดินทาง

ทว่า..การเป็นหลักสูตรนานาชาติ ที่เรียนและสอนด้วยภาษาอังกฤษ ทำให้บางคน “กลัว” ที่จะก้าวเข้ามาเรียน เรื่องนี้อาจารย์วีรพล ให้ข้อคิดว่า อย่ากลัวการเรียนด้วยภาษาอังกฤษ! แค่วันนี้ยังไม่เก่ง แต่ถ้าตั้งใจก็ดีขึ้นได้!

“นี่คือกำแพงความคิดของหลายคนเมื่อพูดถึงการเรียนใน International College คือคิดว่าภาษาอังกฤษของเราไม่ดีพอที่จะเรียน แต่ผมอยากบอกว่า DPUIC มีหลายสิ่งช่วยพัฒนาภาษาอังกฤษของนักศึกษาให้ดีขึ้น และมั่นใจมากขึ้น เช่น เราสอนปรับพื้นฐานภาษาอังกฤษก่อนเข้าเรียนเทอม 1 , มี “English Support Department” คอยช่วยระหว่างเรียนและยังมี โปรแกรม SPEAK เพื่อฝึกทักษะภาษาอังกฤษด้วยตัวเอง แน่นอนครับ ถ้าเราไม่แข็งแรงด้วยภาษา ก็ต้องเพิ่มความขยัน เพราะภาษาอังกฤษไม่ใช่อาหารสำเร็จรูปที่เปิดกล่องทานได้ทันที แต่มันคือสิ่งที่เราต้องศึกษา และเราภูมิใจมากที่ได้เห็นนักศึกษาที่เรียนกับเรามา 4 ปีแล้วเขาสามารถไปทำงานในบริษัทหรือองค์กรที่มีบรรยากาศการทำงานระดับนานาชาติได้”

มองโลกตามความจริง ชีวิตการเรียนในมหาวิทยาลัยคือช่วงเวลาแห่งการแสวงหา หลายสิ่งอาจถูกเตรียมไว้พร้อมอยู่เบื้องหน้าแต่หากนักศึกษาขาดความมุ่งมั่น ทุกสิ่งก็จะผ่านไปกับสายลม ประเด็นนี้ อาจารย์วีพรให้ความเห็นที่น่าคิด…

“การเรียนในมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์มีโอกาสเยอะมากเราเตรียมสิ่งต่างๆไว้ให้นักศึกษา ดังนั้นขึ้นอยู่กับว่าคุณกล้าที่จะคว้าโอกาสเหล่านี้ไว้หรือเปล่า คุณพยายามไหม คุณเร็วไหม ที่จะไปหยิบโอกาสตรงนั้น”

เมื่อโลกใหญ่ใบนี้ไม่มีใครด้อยกว่าใคร การเตรียมตัวเราให้พร้อมที่สุดจึงเป็นหัวใจสำคัญในการคว้าโอกาสมาไว้ในมือ

A B C.. การสร้างบัณฑิตของ “มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์”

A.. Activities สนับสนุนการเรียนรู้ผ่านกิจกรรมต่างๆที่ได้รับประสบการณ์จริง (Real Experience) เช่น โครงการ Back Pack to ASEAN นักศึกษาทุกชั้นปีสามารถรวมตัวเป็นทีมๆละ 4 คน เสนอโครงการว่าต้องการไปประเทศใดในอาเซียน พร้อมระบุสิ่งที่จะทำ มหาวิทยาลัยมีเงินทุนสนับสนุนให้ทีมละ 20,000 บาท และเมื่อเดินทางกลับมาทุกทีมจะนำประสบการณ์มาพรีเซนต์ใน “วัน Back Pack to ASEAN” แลกเปลี่ยนสิ่งที่แต่ละทีมไปพบ

B.. Business Concept เสริมความรู้ด้านการบริหารธุรกิจให้กับนักศึกษาทุกคณะ ทั้งคณะบริหารธุรกิจ คณะบัญชี คณะศิลปกรรม ทุกคนต้องได้เรียนการทำแผนธุรกิจและเมื่อเรียนจบ บัณฑิตทุกคนจะมีแผนธุรกิจที่พร้อมทำธุรกิจในอาเซียนได้ Business Connection มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ทำ MOU ร่วมกับองค์กรต่างๆรวมทั้งมีโครงการแลกเปลี่ยนด้านการศึกษากับมหาวิทยาลัยทั่วโลก 90 แห่ง ทำให้นักศึกษาสามารถไปศึกษาในมหาวิทยาลัยเหล่านี้ได้สะดวก

C.. Curriculum มีหลักสูตรหลากหลายที่เตรียมพร้อมรับ AEC และการทำงานในระดับนานาชาติ ตัวอย่าง สาขาวิชาที่เปิดสอน อาทิ สาขาการท่องเที่ยวและโรงแรม, สาขาโลจิสติกส์และห่วงโซ่อุปทาน (Logistic and Supply Chain), สาขาศิลปศาสตร์, สาขาธุรกิจการบิน (Aviation Business) ฯลฯ

Ready for AEC? Ready for AEC? Ready for AEC?

ขอบคุณข้อมูลบทสัมภาษณ์จากหนังสือพิมพ์ กรุงเทพธุรกิจ