BrandAge Essential Guru Series 6 th 2010 (3) - DPU International College

BrandAge Essential Guru Series 6 th 2010 (3)

DPUIC พัฒนาหลักสูตร-สร้างบัณฑิตสู่ตลาดแรงงานระดับโลก

แนวทางการพัฒนา DPU International College หรือ DPUIC ของ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ นับเป็นกรณีศึกษาทางด้านการจัดการเรียนการสอนระดับอุดมศึกษาของไทยที่สามารถพัฒนาวิทยาลัยนานาชาติ (International College) ของตนเองให้มีความโดดเด่น ทั้งในด้านคุณภาพของหลักสูตรและอาจารย์ผู้สอน ซึ่งความสำเร็จที่เกิดขึ้น ปฏิเสธไม่ได้ว่าเป็นเพราะการมีทีมผู้บริหารที่เข้าใจความต้องการของผู้เรียนและเข้าใจความคาดหวังในคุณภาพของผู้ที่จบการศึกษาจากภาคธุรกิจ

ศาสตราจารย์ ดร. ชาร์ลส นิวตัน (Professor Dr. Charles Newton) อดีตคณบดี DPU International College ได้กล่าวถึงแนวคิดในการจัดตั้ง DPUIC ที่เปิดสอนในระดับปริญญาตรี-โท- เอก หลักสูตรภาษาอังกฤษว่ามีเป้าหมายหลักในการสร้างผู้นำในโลกการทำงานระดับนานาชาติ เพราะหากย้อนไปในปี 2546 ขณะนั้นประเทศไทยยังมีมหาวิทยาลัยที่เปิดสอนปริญญาโทและปริญญาเอกหลักสูตรภาษาอังกฤษไม่มากนัก

ศาสตราจารย์ ดร.ชาร์ลส ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ทำงานกับ Australian Defense Force Academy ที่ University of New South Wales ที่ประเทศออสเตรเลีย ได้เกษียณอายุ จึงได้รับการทาบทามให้มาเป็นผู้บริหาร DPUIC

ศาสตราจารย์ ดร.ชาร์ลส กล่าวว่ามหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ต้องการสร้าง DPU International College ให้ได้รับการยอมรับ ทั้งในระดับประเทศและในระดับนานาชาติ DPUIC: ทุกหลักสูตรเน้นคุณภาพ ด้วยประสบการณ์ของศาสตราจารย์ ดร.ชาร์ลส ที่ทำงานในสถาบันอุดมศึกษามายาวนาน จึงทำให้แนวทางการจัดการเรียนการสอนของ DPUIC มีทิศทางที่ชัดเจนและแตกต่างจากมหาวิทยาลัยแห่งอื่นๆนั่นคือ การพยายามสร้างวิทยาลัยนานาชาติที่มีเอกลักษณ์โดยพัฒนาหลักสูตรที่เป็นของตัวเอง

“แนวคิดกว้างๆในสิ่งที่ DPUIC ทำก็คือ การสร้างวิทยาลัยที่สอนเป็นภาษาอังกฤษและสามารถผลิตนักศึกษาปริญญาโทหรือปริญญาเอกที่มีคุณสมบัติเทียบเท่า หรือดีกว่าคนจบจากเมืองนอกไม่ว่าจะเป็นออสเตรเลียหรือสหรัฐ”

“ความจริงที่อยากให้เกิดขึ้นคือการทำให้ DPUIC มีชื่อเสียงจนคนไทยยอมรับด้วยการบอกว่า มาเรียนที่นี่แล้ว ได้ปริญญาที่มีคุณภาพทัดเทียมกับที่ได้รับจากเมืองนอก”

เพื่อบรรลุเป้าหมายดังกล่าว สิ่งที่ศาสตราจารย์ ดร.ชาร์ลสทำมี 2 เรื่องใหญ่ๆด้วยกัน คือ การพัฒนาหลักสูตรและการสร้างบรรยากาศสิ่งแวดล้อมที่ดีให้เกิดขึ้น ในที่นี้หมายถึง การทำให้นักศึกษารู้สึกเหมือนกับเรียนอยู่ในมหาวิทยาลัยเมืองนอก ทั้งๆที่อยู่ในกรุงเทพ

หลังจากที่ศาสตราจารย์ ดร.ชาร์ลสเข้ามาบริหาร สิ่งที่เขาทำคือ การเดินทางไปดูแทบทุกหลักสูตรในออสเตรเลียว่ามีที่ใดบ้างเหมาะสม หรือตรงกับความต้องการของ DPUIC ซึ่งพื้นฐานแนวคิดการบริหารการศึกษาจะต้องแน่ใจว่า วิชาที่เปิดสอนทันสมัย นักศึกษาสามารถนำไปปฏิบัติได้จริงเมื่อออกไปทำงาน ศาสตราจารย์ ดร.ชาร์ลสยังกล่าวว่า หลักสูตรที่พัฒนาขึ้นจะเน้นการพัฒนาบัณฑิตให้มีทักษะและความรู้ความสามารถในการทำงานอย่างแท้จริง

“เราพยายามทำให้แน่ใจว่า หลักสูตรที่เปิดขึ้นมานั้นทันสมัยตรงกับความต้องการระดับโลก ทั้งเรื่องทักษะและความรู้ความสามารถของนักศึกษาที่จบจากมหาวิทยาลัยของเรา”

เมื่อดูโครงสร้างหลักสูตรของ DPUIC ก็จะพบว่าแทบไม่แตกต่างจากเมืองนอกและยังออกแบบมาเพื่อให้เหมาะกับผู้เรียนที่เป็นคนไทยหรือชาวต่างชาติที่ทำงานระหว่างสัปดาห์

“สิ่งที่เราพยายามทำคือ การสร้างหลักสูตรให้คนที่เรียนแบบพาร์ทไทม์หรือเรียนในวันเสาร์-อาทิตย์ สามารถเรียนจบได้โดยมีคุณสมบัติไม่ต่างจากคนเรียนเต็มเวลาปัจจุบันผู้เรียนก็มีทั้งเป็นผู้บริหารระดับ Senior Management และ Middle Management ทั้งในโลกธุรกิจและวงการการศึกษา ซึ่งสิ่งที่พวกเขากำลังค้นหาอยู่ก็คือ หลักสูตรที่ทำให้พวกเขาเป็นต่อในสายงานหรือมีโอกาสได้รับการโปรโมท”

กล่าวได้ว่าความโดดเด่นหรือความแตกต่างที่เป็นความได้เปรียบในการแข่งขันของหลักสูตรที่ DPUIC มีอย่างน้อย 2 เรื่องคือ เรื่องแรกทุกหลักสูตรในแต่ละวิชาผู้เรียนสามารถเรียนจบได้ภายใน 3 สัปดาห์ และเรื่องที่สองแนวทางการสรรหาอาจารย์ผู้สอน ที่ไม่มีสถาบันการศึกษาแห่งใดใช้วิธีการนี้มาก่อน อดีตคณบดี DPU International College ขยายความว่า ผู้สมัครที่เข้าศึกษาในทุกหลักสูตรจะเรียนแต่ละวิชาในวันเสาร์-อาทิตย์เป็นเวลา 3 สัปดาห์ จากนั้นอาจารย์ผู้สอนก็จะเดินทางกลับและจะมีอาจารย์คนไทยซึ่งเรียกว่า ติวเตอร์ในชั้นเรียน เป็นผู้ประสานงาน เพื่อคอยดูแลและให้คำแนะนำเกี่ยวกับงานที่อาจารย์ผู้สอนมอบหมายให้นักศึกษาทำ

“วิธีการนี้ทำให้เราสามารถจัดสรรงบประมาณได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นในขณะที่นักศึกษาก็สามารถทำงานที่ได้รับมอบหมายให้เสร็จในช่วงเบรก 3 สัปดาห์ระหว่างวิชาและสามารถส่งงานทางอีเมล์ได้ วิธีการนี้เป็นวิธีที่ดีมาก สำหรับDPUIC ด้วย”

นอกจากนี้ กาเดินทางมาสอนเพียง 3 สัปดาห์ต่อวิชายังทำให้อาจารย์ผู้สอนที่เราเชิญมาจากต่างประเทศสามารถหาเวลาที่เหมาะกับตัวเองได้ไม่ยาก

“เพราะถ้าคุณต้องการให้ได้พวกเขามา 13 หรือ 15 สัปดาห์อย่างหลักสูตรที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ พวกเขาส่วนใหญ่ก็จะตอบปฏิเสธ เนื่องจากมีสัญญากับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศอยู่ เดินทางมานานไม่ได้”

วิธีนี้ศาสตราจารย์ ดร.ชาร์ลส เห็นว่าสามารถช่วยในการรักษามาตรฐานคุณภาพของหลักสูตรได้ด้วย นอกจากนี้ในทุกหลักสูตร จะให้นักศึกษาประเมินผลการสอน และหากไม่อยู่ในเกณฑ์ อาจารย์ผู้สอนท่านนั้นๆก็จะไม่ได้รับเชิญให้สอนอีกในเทอมต่อไป

“สิ่งที่เราพยายามทำก็คือ ออกแบบหลักสูตรให้ทั้งนักศึกษาและอาจารย์รู้สึกมีความสุขกับการมาเรียนและมาสอนในประเทศไทย วิธีการเช่นนี้ เราก็จะได้นักศึกษาที่มีคุณภาพการศึกษาสูงขณะที่อาจารย์ผู้สอนก็มีความสุข”

คณบดี DPU International College ยังกล่าวถึงเป้าหมายที่ตั้งไว้ว่า

“ผมคิดว่าตอนนี้ DPUIC ได้รับการยอมรับอย่างสูงว่าเป็นมหาวิทยาลัยที่ผลิตบัณฑิตปริญญาโทหลักสูตรภาษาอังกฤษที่มีคุณภาพมากที่สุดแห่งหนึ่งของไทยที่ผ่านมาเราได้ผลิตบัณฑิตปริญญาโทสู่วงการธุรกิจจำนวนหนึ่ง ที่สำคัญ DPUIC ได้รับการยอมรับจากสถาบันการศึกษาที่ร่วมมือกับเราว่า นักศึกษาของเรามีคุณภาพทัดเทียมหรือกระทั่งในหลายสาขาวิชาดีกว่าสถาบันอื่นๆทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งแสดงให้เห็นว่า เราสามารถทำได้ตามวัตถุประสงค์และวิสัยทัศน์ที่ตั้งไว้”

 

DPUIC: ส่วนผสมเชื้อชาติ+วัฒนธรรมที่หลากหลาย …

ดร. ลีลา เตี้ยงสูงเนิน ผู้อำนวยการหลักสูตรนานาชาติบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาการสื่อสารการตลาดเชิงบูรณาการ (IMC) และหลักสูตรบัณฑิตศึกษา สาขาวิชาบริหารธุรกิจ (DBA/MBA) DPUIC ได้กล่าวถึงนักศึกษาวิทยาลัยนานาชาติว่า ปัจจุบันมีนักศึกษาต่างชาติมาเรียนกันมากขึ้นและในบางสาขา เช่น สาขา IMC ในปีการศึกษาที่ผ่านมาเป็นนักศึกษาต่างชาติถึงร้อยละ 90 นักศึกษาที่มาเรียน ทั้งในระดับปริญญาตรีและโทก็มีความหลากหลาย เพราะนอกจากนักศึกษาที่เป็นคนไทยแล้ว ก็ยังมีนักศึกษาที่มาจากเอเชีย และส่วนหนึ่งก็มาจากยุโรป จึงทำให้วิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ มีผู้เรียนที่ผสมผสานกันในด้านเชื้อชาติและวัฒนธรรม จนกลายเป็นความลงตัวที่จะเป็นเวทีฝึกซ้อมให้นักศึกษาได้เรียนรู้อุปนิสัยใจคอ สไตล์การทำงานที่แตกต่างของคนแต่ละชาติ ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ที่จะสำเร็จการศึกษาออกไปทำงานในสังคมที่เป็น Global Workforce มากขึ้น ในด้านคุณภาพการเรียนการสอนดร.ลีลาได้กล่าวถึงนักศึกษาระดับปริญญาเอกของ DPUIC ที่สามารถนำเสนอผลงานบนเวทีการประชุมทางวิชาการระดับนานาชาติ และได้รับการตีพิมพ์บทความในวารสารวิชาการชั้นนำ ซึ่งเรื่องนี้ไม่ใช่ง่ายนักที่ผลงานแต่ละเรื่องจะได้รับการยอมรับจาก Peer Review ที่เป็นนักวิชาการระดับแนวหน้าที่มาเป็นผู้ประเมินผลงาน

ถ้าวิเคราะห์ความสำเร็จของ DPUIC ผ่านกลยุทธ์ทางการตลาด (Marketing Strategy) ก็จะเห็นได้ว่า หัวใจสำคัญที่สร้างการยอมรับจากผู้เรียนเป็นอย่างมากคือการที่ผู้บริหารของมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์และวิทยาลัยนานาชาติมีการศึกษาและปรับปรุงหลักสูตรให้มีเอกลักษณ์และเน้นตอบสนองความคาดหวังของผู้เรียนและภาคธุรกิจ เช่น หลักสูตร MBA ก็มีการนำจุดเด่นในการจัดการเรียนการสอนด้านการสื่อสารการตลาดเชิงบูรณาการ (IMC) ที่ DPUIC เปิดสอนเป็นแห่งแรกในประเทศไทย มาพัฒนาเป็นหลักสูตร MBA ที่เน้นทางด้าน IMC ขึ้น ผู้อำนวยการหลักสูตรนานาชาติ บัณฑิตศึกษา สาขาวิชาการสื่อสารการตลาดเชิงบูรณาการ (IMC) และหลักสูตรบัณฑิตศึกษาสาขาวิชาบริหารธุรกิจ (DBA/MBA) ยังคงย้ำให้เห็นถึงนโยบายของวิทยาลัยนานาชาติ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ว่าได้ให้ความสำคัญกับมาตรฐานระดับสากลในทุกมิติ และจะไม่เน้นการรับนักศึกษาในจำนวนที่มากจนเกินไป นอกจากนี้ ถ้าดูจุดแข็งในด้านอาจารย์ผู้สอนของ DPUIC ก็จะเห็นได้ว่าส่วนใหญ่เป็นอาจารย์ต่างชาติที่มีผลงานโดดเด่นทั้งในเชิ่งวิชาการและการวิจัย อีกทั้งยังมีความสามารถในการถ่ายทอดและเข้าใจธรรมชาติของนักศึกษาชาวเอเชีย จึงทำให้รู้ว่าควรสอนอย่างไร และที่สำคัญอาจารย์หลายท่านก็มีประสบการณ์ในการทำงานจริงมาก่อน จึงทำให้โลกวิชาการกับโลกปฏิบัติสามารถเดินไปด้วยกันได้

อย่างเช่น Assoc. Prof. Arthur Gogatz ที่สอนวิชา Creative and Idea Strategy ปัจจุบันเป็น Director of International Programs, ICN Business School University of Nancy ประเทศฝรั่งเศสหรือ Aj. Raveen Singh ที่สอนวิชา Strategic IMC Management และ IMC Tools Development and Delivery ปัจจุบันเป็น Senior Lecturer และเป็น Director of the Master’s Program in Marketing Communication in the School of Professional Communication ที่ University of Canberra ออสเตรเลีย ในอดีตอาจารย์ทั้งสองท่านก็เคยทำงานในวงการโฆษณามาก่อน Strategy and Intelligence: หลักสูตรใหม่บูรณาการความรู้ทางทหาร+ธุรกิจ

ดร. อดิศร ณ อุบล ผู้อำนวยการหลักสูตรปริญญาเอกทางด้านยุทธิศาสตร์และการข่าวกรอง (Strategy and Intelligence) และหลักสูตรทางด้านสารสนเทศอัตโนมัติเชิงธุรกิจ (Business Informatics) ของ DPUIC ได้กล่าวถึงหลักสูตร Strategy and Intelligence ซึ่งเป็นหลักสูตรใหม่ที่เปิดขึ้นเป็นแห่งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ว่าเหมาะกับผู้ที่ทำงานในหลากหลายสาขาอาชีพ ไม่จำกัดเฉพาะผู้ที่มาจากหน่วยงานทางทหาร ตำรวจ ข้าราชการ เท่านั้น หากแต่ผู้ที่อยู่ในองค์กรธุรกิจก็สามารถนำความรู้ที่ได้จากหลักสูตรมาประยุกต์ใช้ในการทำงานได้ เนื่องจากวิชาทางด้านธุรกิจจำนวนไม่น้อย เช่น การจัดการเชิงกลยุทธ์ การข่าวกรองธุรกิจ การวิเคราะห์การตัดสินใจ หรือการวิจัยเชิงปฏิบัติการต่างก็มีแนวคิดที่พัฒนามาจากแนวคิดทางทหารแทบทั้งสิ้น  ผู้อำนวยการหลักสูตรยุทธศาสตร์และการข่าวกรอง DPUIC ยังได้กล่าวถึงพัฒนาการทางการทหารที่สามารถนำมาประยุกต์ใช้ในโลกธุรกิจว่า ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน โลกทางการทหารมีกระบวนการในการทำงานที่เป็นแบบแผนและมีระบบระเบียบรายละเอียดในการทำงานของทหารมาปรับใช้ได้ไม่ยาก

“ในทางธุรกิจ ศาสตร์หลายๆอย่างมาจากทางทหาร ไม่ว่าจะเป็น การวางแผนการรบ การวิเคราะห์การตัดสินใจ การดำเนินการวิจัยในเชิงปฏิบัติการการวางแผนส่งกำลังบำรุง พวกนี้มีมาตั้งแต่สมัยอดีตแล้ว แต่ที่เห็นอย่างเป็นรูปธรรมนั้นก็ตั้งแต่สงครามโลกครั้งที่สองเป็นต้นมาพวกวิชาการต่างๆเหล่านี้เกิดขึ้นเพื่อช่วยให้ประเทศต่างๆสามารถดำเนินการสงครามได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อสงครามสงบจึงมีการนำแนวความคิดเหล่านี้กลับไปประยุกต์ใช้ในการดำเนินธุรกิจของภาคเอกชนหรือแม้แต่เรื่องของการข่าวของธุรกิจ (Business Intelligence) ที่ใช้กันอย่างแพร่หลายในปัจจุบันก็พัฒนามาจากเรื่องการข่าวกรองทางทหารเช่นกัน จากตัวอย่างที่ได้กลัวไปนั้น จะเห็นว่าในเรื่องความรู้ต่างๆนั้นเป็นลักษณะของความรู้ที่มีความเชื่อมโยงกัน”

ดร.อดิศรยังได้กล่าวถึงประโยชน์ที่ผู้เรียนในภาคเอกชนจะได้รับจากการเรียนหลักสูตรนี้ก็คือ การสร้างเครือข่ายกับผู้เรียนที่มาจากหลากหลายสาขาอาชีพ ไม่ว่าจะเป็นทหาร ตำรวจ ข้าราชการ นักกฎหมายและอื่นๆ

“บริษัทเอกชนในต่างประเทศใหญ่ๆจะมีความสัมพันธ์กับหน่วยงานทางการทหาร เช่น Microsoft พัฒนาซอฟต์แวร์เพื่อจะช่วยในการดำเนินงานทางการทหาร หรือ IBM ก็เช่นกัน ฉะนั้นไม่ว่าทหารจะอยู่ในส่วนของทหาร หรือธุรกิจจะอยู่เฉพาะส่วนของธุรกิจ แต่ว่ามันมีความเชื่อมโยงกัน ประเทศไทยก็คงจะเป็นอย่างนั้นเช่นเดียวกัน อันนี้เป็นความโดดเด่นของหลักสูตรที่อยากให้คนที่อยู่ในภาคธุรกิจเมื่อเติบโตขึ้นไปถึงจุดหนึ่ง เขาจะต้องมีภาพที่มองทั้งด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคมรอบด้านคนที่มาจากหน่วยงานทหาร ตำรวจ ราชการก็เช่นเดียวกัน ซึ่งการแก้ไขปัญหาของประเทศนั้นมีความจำเป็นอย่างมากที่จะต้องเกิดการบูรณาการความรู้และความเข้าใจจากหลายภาคส่วน เพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน หลักสูตรนี้ทั้งในระดับปริญญาโทและปริญญาเอก จึงเป็นหลักสูตรที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่กำลังจะก้าวขึ้นไปเป็นผู้บริหารในระดับกลางและสูงของแต่ละหน่วยงานมาเรียนรู้ศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับยุทธศาสตร์และการข่าวกรองรวมถึงเปิดโอกาสให้คนเหล่านี้ได้แลกเปลี่ยนความรู้ ประสบการณ์มุมมองที่หลากหลาย อันจะเป็นประโยชน์ในการวางแผน ตัดสินใจแก่ไขปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นับตั้งแต่ DPUIC ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2004 วิทยาลัยนานาชาติมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ Product Strategy ที่แข็งแกร่ง ทั้งในด้านหลักสูตร ผู้สอนและความหลากหลายของผู้เรียน จนกลายเป็น International College ที่มี Branding ทางด้านการจัดการเรียนการสอนที่มีคุณภาพอีกทั้งยังได้รับการยอมรับทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติในเวลาไม่ถึง 10 ปี”