10 คำถาม กับการเรียน หลักสูตรอินเตอร์

10 คำถาม กับการเรียน หลักสูตรอินเตอร์

 

  1.       International Program กับ English Program แตกต่างกันอย่างไร?

หลักสูตรอินเตอร์

English Program นั้น ชื่อก็บอกแล้วว่าเป็นหลักสูตรที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นสื่อในการเรียนการสอน แต่ไม่ได้กำหนดสัดส่วนของคนที่เข้ามาเรียนว่าต้องเป็นชาวไทยกี่เปอร์เซ็นต์ ชาวต่างชาติกี่เปอร์เซ็นต์เหมือนกับ International Program สถาบันส่วนใหญ่จึงเริ่มต้นด้วยการเปิดสอนในหลักสูตรนานาชาติแบบ English Program ก่อนแล้วจึงค่อยๆปรับเปลี่ยน International Program ภายหลัง ส่วน International Program นั้น นอกจากจะใช้ภาษาอังกฤษในการเรียนการสอนแล้ว บางสถาบันอาจเปิดหลักสูตรที่ใช้ภาษาต่างประเทศอื่นๆ เป็นสื่อในการเรียนการสอนอีกด้วย และในเรื่องสัดส่วนของนักศึกษาไทยกับนักศึกษาต่างชาติ แต่ละสถาบันอาจกำหนดตัวเลขไว้เป็นเกณฑ์มาตรฐานแตกต่างกันออกไป

  1.    เนื้อหาวิชาแตกต่างจากหลักสูตรปกติหรือไม่ อย่างไร?

Good luck and good bye beloved exchange students
น้องๆ อาจเห็นว่ามหาวิทยาลัยหลายที่เปิดสอนหลักสูตรนานาชาติในสาขาที่มีหลักสูตรภาคภาษาไทยอยู่แล้ว จึงเกิด ความสงสัยว่าหากเลือกเรียนในสาขาเดียวกันแต่เป็นภาคปกติกับภาคอินเตอร์ ความรู้ที่ได้จะต่างกันไหม

            ในเรื่องของเนื้อหาวิชานั้นก็ขึ้นอยู่กับทางมหาวิทยาลัยเองว่าต้องการให้เป็นไปในแนวทางใด มหาวิทยาลัยบางที่ ในเรื่องของเนื้อหาไม่มีอะไรแตกต่างกัน แต่สิ่งที่ไม่เหมือนกันก็คือภาษาที่ใช้สอนและอาจารย์ที่ทำหน้าที่ให้ความรู้

            แต่เนื้อหาที่ใช้ในการเรียนการสอนของหลักสูตรอินเตอร์บางที่จะแตกต่างจากหลักสูตรที่เป็นภาษาไทย เพราะต้องเน้นความเป็นสากลมากกว่าหรือบางที่ที่มีความร่วมมือกับสถาบันการศึกษาในต่างประเทศก็ต้องมีการปรับหลักสูตรเดิมที่เคยใช้อยู่ หรือนำวิชาบางตัวเข้ามาสอนเพิ่มเติมเพื่อให้ Degree ได้มาตรฐานตรงกัน

 

  1.       ไม่เก่งภาษาอังกฤษแต่อยากเรียนหลักสูตรนานาชาติ จะไปรอดไหม?

“Nicky”: นางสาวศิริกัลยา เลน ดาโสม


ถ้าตั้งใจอยากเรียนจริงๆละก็ พี่ๆคอนเฟิร์มได้เลยว่าน้องทำได้แน่นอนเพราะว่าภาษาเป็นสิ่งที่ฝึกฝนกันได้และหลักสูตรนานาชาติของทุกสถาบันต่างก็มีการสอบวัดระดับภาษาอังกฤษก่อนที่เราจะเข้าไปเรียนกันทั้งนั้น ซึ่งถ้าสอบไม่ผ่านเกณฑ์ที่กำหนดเขาก็จะให้น้องเรียนปรับพื้นฐานเพิ่มเติมก่อน

วิชาที่เรียนส่วนใหญ่ก็จะช่วยในเรื่องของทักษะไม่ว่าจะเป็นการฟังเพื่อจับใจความ การอ่านเพื่อจับใจความการเขียนในลักษณะย่อความ ฯลฯ แต่ที่สุดแล้วน้องๆเอง ก็สามารถฝึกได้ตั้งแต่วันนี้ที่บ้านด้วยการอ่านหนังสือพิมพ์ ฟังวิทยุ ดูรายการโทรทัศน์ ฯลฯ ที่เป็นภาษาอังกฤษถ้าขยันหน่อยก็หา Textbook มาที่บ้านและฝึกเขียนจับใจความในแต่ละหน้าให้ได้ การฝึกฝนเหล่านี้เป็นวิธีที่คณาจารย์ไม่ว่าไทยหรือเทศต่างก็แนะนำ และนักศึกษาที่เขาเคยมีปัญหาในเรื่องนี้ต่างก็การันตีว่าถ้าขยันและตั้งใจจริงจังแล้วก็เพียงแค่ 1 อาทิตย์ก็จะเห็นพัฒนาการของตัวเองเลยทีเดียว

พอเข้าไปเรียนแล้วเราจะมีสังคมอีกแบบหนึ่งซึ่งต่างจากที่เคยเจอในโรงเรียนไทย ต้องอาศัยความอดทนในตอนต้น เพราะเด็กต่างชาติหรือเพื่อนๆที่จบมาจากโรงเรียนนานาชาติย่อมได้เปรียบในเรื่องของภาษามากกว่าอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเราจะตามเพื่อนไม่ทันไปตลอด เมื่อปรับตัวได้แล้วทุกอย่างก็จะราบรื่นเองแหละ

 

  1.       สถาบันนานาชาติ วิทยาลัยนานาชาติ กับสาขาวิชาที่ทางคณะต่างๆของบางมหาวิทยาลัยเปิดสอนแยกออกมานั้นแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไรคะ?

Good luck and good bye beloved exchange students
แตกต่างค่ะ พี่ๆจะอธิบายทีละส่วนนะ อันดับแรกเลยก็คือ หน่วยงานที่เราเรียกว่า office of International Programs ซึ่งไม่ได้มีลักษณะเป็นสถาบัน หรือวิทยาลัยอะไรทั้งนั้น แต่เป็นหน่วยงานที่คอยดูแลและอำนวยความสะดวกให้กับหลักสูตรนานาชาติที่มีอยู่ในมหาวิทยาลัย หน่วยงานลักษณะนี้จะทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางในเรื่องของการจัดการเรียนการสอน ทำ Visa เรื่องการหาที่พักให้กับนักศึกษาต่างชาติ และการประชาสัมพันธ์เป็นหลักแต่ไม่ได้มีอำนาจรับผิดชอบหรือดูแลในส่วนของเนื้อหาหลักสูตรแต่อย่างใด สำหรับสาขาวิชาหรือแม้กระทั่งโครงการนานาชาติที่ทางคณะเปิดสอนแยกออกมาจากสาขาวิชาที่มีปกตินั้น เป็นการเปิดสอนวิชาการที่เน้นความเป็นสากลมากกว่าทั้งในเรื่องของภาษาที่ใช้สอน เนื้อหาวิชาที่ต้องเรียนแบบเฉพาะเจาะจงหรือแม้แต่กิจกรรมต่างๆ ที่จัดให้แก่นักศึกษา เช่น การไป take course ภาคฤดูร้อน หรือแม้กระทั่งการเทียบโอนหน่วยกิตไปเรียนที่สถาบันต่างประเทศเป็นเวลาหลายเทอม เป็นต้น

ส่วนสถาบันนานาชาติ หรือวิทยาลัยนานาชาตินั้น ถือเป็นหน่วยงานที่มีระบบบริหารงานเป็นของตนเอง เป็นอิสระจากระเบียบราชการ จึงมีความคล่องตัวในการบริหารงานมากกว่า

  1.       ทำไมค่าใช้จ่ายสูงกว่าหลักสูตรปกติหลายเท่าจัง ถ้าบ้านไม่รวยแต่อยากเรียนจะทำยังไงดี มีทุนให้หรือเปล่า?

สิ่งสำคัญที่ทำให้ค่าหน่วยกิตของหลักสูตรนานาชาติแพงกว่าหลักสูตรปกติก็คือ ผู้สอน อาจารย์ที่จะมาสอนในหลักสูตรนานาชาติได้ ต้องเป็นอาจารย์ชาวต่างชาติที่มีประสบการณ์การสอน มีผลงานที่เชื่อถือได้จากมหาวิทยาลัยที่มีชื่อเสียง หรือแม้จะเป็นอาจารย์ไทยก็ต้องมีศักยภาพพอที่จะสอนให้หลักสูตรพอที่จะสอนในหลักสูตรนานาชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพ พูดได้คล่องเหมือนเจ้าของภาษา ตำราเรียน และสื่อการเรียนการสอนของหลักสูตรนานาชาติ ก็มีส่วนที่ทำให้ค่าใช้จ่ายโดยรวมสูงกว่าหลักสูตรปกติ เพราะอาจารย์ที่สอนมักแนะนำให้นักศึกษาใช้ Textbook ประกอบการเรียน และใช้เทคโนโลยีในการนำเสนอรายงานหรือการบ้าน เพื่อปลูกฝังให้มีความเป็นสากล ความร่วมมือที่มหาวิทยาลัยนั้นๆ มีกับสถาบันต่างชาติก็เช่นเดียวกัน หากมีการแลกเปลี่ยนอาจารย์นักศึกษาระหว่างกัน องค์ความรู้ที่ได้รับก็จะเปิดกว้างมากกว่าและย่อมหมายถึงค่าใช้จ่ายที่มากตามไปด้วย สำหรับใครที่เกรงใจคุณพ่อคุณแม่ด้วยว่าค่าเรียนแสนแพง ก็สามารถกู้เงิน กรอ. หรือ กยศ. มาเรียนได้ แล้วค่อยผ่อนใช้คืนเมื่อเราเรียนจบ

 

  1.       จบอินเตอร์หางานง่ายกว่าจริงไหม?

IMG_9815-as-Smart-Object-1
จริงส่วนหนึ่งตรงที่ตอนนี้โลกเราต้องใช้ภาษาในการติดต่อสื่อสารกันมากกว่าแต่ก่อน และมีแนวโน้มว่าจะมีความจำเป็น และสำคัญมากขึ้นเรื่อยๆ บริษัทส่วนใหญ่จึงต้องการคนที่สามารถติดต่อสื่อสารกับชาวต่างชาติได้เป็นอย่างดีบวกกับบรรยากาศการเรียนการสอนในหลักสูตรนานาชาตินั้นทำให้เรามีโอกาสในการเรียนรู้หลายภาษาและหลายวัฒนธรรมอย่างน้อยก็ภาษาอังกฤษและภาษาอื่นๆ จากเพื่อนหลากหลายชาติที่เราต้องคลุกคลีอยู่ด้วย

ระบบการศึกษาที่เปิดกว้างทางความคิดก็นับเป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จะช่วยดึงเราให้ออกจากกรอบเดิมๆ กล้าทำในสิ่งแปลกใหม่ มีจินตนาการกว้างไกลมากขึ้น บวกกับสภาพสังคมที่เอื้ออำนวยให้เรามีเพื่อนทั้งไทย และต่างชาติที่เข้ากันได้ ซึ่งจะช่วยให้เรามีมุมมองที่กว้างขึ้นนอกเหนือจากค่านิยมและทัศนคติแบบคนไทย สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นข้อแตกต่างที่ไม่ได้เป็นประโยชน์เฉพาะการทำงาน หรือเรียนต่อในอนาคตเท่านั้น แต่ยังช่วยในเรื่องของการปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อมเพื่อเอาตัวรอดในสังคมนานาชาติได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

  1. หลักสูตรนานาชาติ มีการรับสมัครอย่างไร

IMG_9937

การรับสมัครเข้าเรียนในหลักสูตรนานาชาติขึ้นอยู่กับนโยบายของแต่ละสถาบันไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัยรัฐบาลหรือเอกชนก็ตามโดยส่วนใหญ่จะแบ่งออกเป็น 2 แบบหลักๆ คือการสมัครผ่านระบบกลางที่ใช้คะแนนสอบมาใช้ยื่นสมัครและแบบที่สองที่เริ่มเป็นที่แพร่หลายมากขึ้นคือการรับสมัครตรงของคณะหรือวิทยาลัยนานาชาตินั้นๆ เพราะต้องการทดสอบผู้สมัครด้วยตนเองโดยตรง เพื่อให้ได้นักศึกษาที่มีคุณสมบัติที่ตรงกับการศึกษาในคณะนั้นๆและบางสถาบันอาจมีการให้ทุนสำหรับเด็กที่มีผลงานการเรียนดีเยี่ยมหรือการให้โควตาการสอบเข้าเรียนเป็นพิเศษ

การรับสมัครตรงโดยสถาบันการศึกษาที่เปิดการเรียนการสอนในหลักสูตรนานาชาติเกือบทุกสถาบัน เปิดรับผลคะแนนสอบที่เป็นมาตรฐานสากลอย่าง TOEFL IELTS และ SATมาใช้แทนการสอบเข้าที่ทางสถาบันกำหนดจัดสอบสำหรับผู้สมัคร ดังนั้นน้องๆคนไหนสนใจ สมัครเข้าเรียนที่ไหน ก็ควรที่จะเข้าไปอ่านหรือโทรถามข้อมูลการรับสมัครจากทางสถาบันกันก่อน เพราะแต่ละแห่งก็มีข้อกำหนดที่แตกต่างกัน

 

  1. นักศึกษาที่เข้าไปเรียนหลักสูตรนานาชาติต้องเรียนปรับพื้นฐานหรือ Pre-College ทุกคนหรือปล่าว ?

New Semester, New morning routine

การเรียนปรับพื้นฐานหรือการเรียน  Pre-College จุดประสงค์คือการสร้างความเข้มแข็งทางภาษาอังกฤษและสร้างความคุ้นเคยในการเรียนของนักศึกษาที่สอบเข้ามาในคณะหรือวิทยาลัยนานาชาติของแต่ละสถาบัน นึกศึกษาบางคนอาจะเรียนจบมาจากโรงเรียนภาคปรกติที่สอนเป็นภาษาไทยอาจไม่คุ้นเคย และมีทักษะในการฟัง พูด อ่าน และเขียนที่ไม่เชี่ยวชาญกว่านักเรียนที่จบจากโรงเรียนนานาชาติ หรือจบการศึกษามาจากต่างประเทศ

            ดังนั้นการเรียนปรับพื้นฐานหรือการเรียน  Pre-College ยังไม่จำเป็นที่ต้องเรียนกันทุกคน นักศึกษาที่มีผลคะแนนสอบภาษาอังกฤษดีอยู่แล้วผ่านเกณฑ์ที่กำหนด หรือเป็นนักเรียนที่ผ่านการเรียนในหลักสูตรนานาชาติมาก่อนในสมัยเรียน High School จึงไม่ต้องมาเรียนปรับพื้นฐานอีก แต่สำหรับนักศึกษาที่สอบเข้ามา แต่ภาษาอังกฤษยังไม่ผ่านเกณฑ์ แต่ทางสถาบันเห็นว่ามีศักยภาพพอที่จะปรับพื้นฐาน ฝึกฝนภาษาให้มากขึ้นกว่านี้ได้นักศึกษาเหล่านี้จึงต้องเข้าไปเรียนในคอร์สปรับพื้นฐาน หรือการเรียน  Pre-College ก่อนจึงจะลงทะเบียนเรียนอย่างจริงจังในสาขาวิชาที่เลือกสอบเข้าไป แต่นักศึกษาสามารถเรียนจบทันเพื่อน 4 ปีได้เช่นเดียวกันเพราะการเรียนปรับพื้นฐาน หรือการเรียน  Pre-College จะเริ่มเปิดคอร์สเรียนกันก่อนที่จะมีการเปิดเทอมพร้อมเรียนทั้งหมดจริงๆ คนที่เรียนปรับพื้นฐานจึงไม่ต้องกังวลว่าจะต้องเรียนนานกว่าคนอื่นๆหรือเปล่า

  1. เด็กหลักสูตรปรกติ กับเด็กหลักสูตรอินเตอร์เรียนด้วยกันหรือเปล่า ?

My Life Experience

           
นักศึกษาในหลักสูตรปกติ หรือหลักสูตรภาษาไทย กับนักศึกษาในหลักสูตรอินเตอร์ ถึงแม้ว่าจะอาศัยคณะ หรืออาคารเรียนเดียวกัน อาจจะเป็นคณะบริหารธุรกิจ คณะเศรษฐศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ หรือคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ก็ตาม แต่การเรียนในห้องเรียนนั้นไม่ได้เรียนรวมกันอย่างแน่นอน เพราะว่าการเรียนในหลักสูตรนานาชาตินั้นมีการสอนเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาอื่นๆ ตลอดหลักสูตร หมายความว่าไม่มีแม้แต่วิชาใดสอนเป็นภาษาไทย

            อาจารย์ที่สอนหลักสูตรนานาชาติ ล้วนเป็นอาจารย์ชาวไทยที่จบการศึกษามาจากต่างประเทศ และอาจารย์ชาวต่างชาติ รวมถึงมีเพื่อนนักศึกษาด้วยกันเป็นชาวต่างชาติด้วยบางส่วน ภายในห้องจึงต้องใช้การสื่อสารทั้งหมดตลอดหลักสูตรเป็นภาษาอังกฤษ แต่ถึงแม้ว่าจะไม่ได้เรียนด้วยกันแต่เด็กภาคไทย และภาคอินเตอร์ก็เป็นเพื่อนกันได้ เป็นทั้งเพื่อนร่วมคณะและเพื่อนร่วมสถาบันอีกด้วย

 

  1. ค่าเรียนหลักสูตรอินเตอร์แพงแบบนี้ ไปเรียนต่อต่างประเทศเลยดีกว่าไหม?

หลายคนอยากเรียนในหลักสูตรนานาชาติมาก แต่ต้องมานั่งคิดหนักในเรื่องของค่าใช้จ่ายที่แสนแพงนี่แหละซึ่งบางคนคิดเลยเถิดไปว่า จ่ายแพงขนาดนี้ไปเรียนเมืองนอกกันเลยจะดีกว่าไหม อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของแต่ละคนนะว่าอยากจะเรียนที่เมืองไทย หรือว่าที่เมืองนอก

            เอาเป็นว่าขอแนะนำข้อดีของการเรียนหลักสูตรนานาชาติในเมืองไทยให้ฟัง เพื่อเป็นตัวช่วยในการตัดสินใจดีกว่า ข้อแรกเลยคือ เราได้ใช้ภาษาอังกฤษทุกวันในการฟัง พูด อ่าน และเขียนในห้องเรียน ภาษาอังกฤษของเราจึงดีขึ้นเรื่อยๆ และเกิดความเคยชิน จนเชี่ยวชาญถึงแม้ว่าค่าเล่าเรียนของอินเตอร์ออกจะแพงกว่าหลักสูตรปกติไปหน่อยโดยเฉพาะมหาวิทยาลัยเอกชน ค่าเทอมของภาคปกติกับอินเตอร์ไม่แตกต่างกันมาก

            แต่ถ้าเราอยากได้ทักษะทางภาษาอังกฤษ สามารถนำไปแข่งขันกับคนภายนอกได้อย่างสบายๆ หลักสูตรอินเตอร์ถือเป็นทางเลือกที่ดี แต่การไปเรียนต่อต่างประเทศนั้นมีค่าใช้จ่ายที่สูงกว่ามาก ที่สำคัญได้อยู่ใกล้บ้านด้วย

ขอบคุณข้อมูลจากหนังสือ Exitbook (The Intelligent Bookazine) No.45